เธอเล่าให้ฟังก่อนไปญี่ปุ่นว่ามีเพื่อนรักอยู่ที่ Yokahama และตั้งท่าจะไปตั้งแต่กลับลงมาจากฮอกไกโดครั้งที่แล้ว แต่ไม่ได้ไป
มาคราวนี้ เรากลับมานอนโตเกียวหลังจากไปตะลอนมาหลายเมือง เก็บกระเป๋าเข้าโรงแรมเครือ Smile ที่นิฮงบาชิแล้วก็พากันเดินเล่นมาที่สถานีโตเกียวซึ่งสวยงามระยิบระยับในยามค่ำ เดินถ่ายรูปเล่นกันได้พักใหญ่ เธอก็ติวเส้นทางกลับให้คณะแล้วก็ชวนฉันกับนันท์ไปเมืองที่เธอปรารถนากลับไปเยี่ยมเยือน
เมื่อแรก ฉันอิดออดเพราะเมื่อย แต่เธอก็บอกว่านั่งรถไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
และย้ำว่า ถ้าฉันไป จะต้องชอบ
รถไฟแน่น เบียดกันเพราะเป็นเวลาเลิกงาน ดีที่ว่าเป็นช่วงหนาว จึงแค่อุ่นมากกว่าร้อน
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงดีนัก เราก็ลงรถไฟสายหลักมาต่อรถไฟในเมืองอีก 4-5 สถานี พอโผล่ขึ้นพื้นดิน อากาศเย็นเจี๊ยบ ต้องเดินต่อไปสักกิโลหนึ่งจึงไปถึงท่าเรือ


ระหว่างเส้นทางสู่ท่าเรือริมทะเล ลมเย็นเฉียบพาให้หนาวยิ่งไปกว่าที่อยู่ในอาคาร อุปกรณ์กันหนาวมีอยู่กี่อย่างก็งัดขึ้นมาใช้ทุกอย่าง




หมู่อาคารอิฐแดงที่แต่เดิมเคยเป็นโกดังสินค้า ปรับปรุงใหม่เป็นศูนย์วัฒนธรรมและด้านล่างเป็นศูนย์อาหาร

ท่าเรือยามค่ำ เห็นเรือใหญ่เด่นเป็นสง่า ไกลลิบออกไปเป็นสะพานทอดยาว


เป็นอีกวันในทริปครั้งนี้ที่เธอดูมีความสุข คงเพราะได้มาในที่ที่ตั้งใจ เหมือนคนที่ทำสิ่งที่คิดสำเร็จ
ตอนเรียนหนังสือสมัยมัธยม ฉันจำ Yokohama ได้ว่าเป็นเมืองท่าสำคัญของญี่ปุ่น
แต่นับจากที่เราไปด้วยกัน สำหรับฉัน Yokohama คือเมืองของเธอ…ติ๊ก
ฉันชอบเมืองนี้