เวลาคิดไม่ออกว่าจะไปไหนทีไร ก็จะกลายเป็นฮ่องกงทุกทีไป
คงเป็นเพราะใช้เวลาบินเพียงสองชั่วโมงครึ่ง ราคาตั๋ว 4-5 พันบาท ก็พอจะหาได้ โรงแรมที่พักมีให้เลือกมากมายหลายราคา ที่สำคัญมีอาหารและขนมอร่อยถูกปาก ปัจจัยสนับสนุนเยอะพอที่จะทำให้หวยออกที่ฮ่องกงอยู่เรื่อย ๆ
รอบนี้ได้ตั๋วราคาไปกลับราคาไม่ถึง 5,000 บาท ช่วงวันที่ 29 มิถุนายน ถึงวันที่ 2 กรกฎาคม 2562 ก็ว่าเอาละนะ ไม่แพงแถมตรงกับช่วงลดราคาทั้งเกาะ โรงแรมเคยจองแบบยกเลิกได้ คราวนี้มั่นใจอย่างไรไม่รู้ จองแบบตัดเงินเลย
ความแน่นอนคือความไม่แน่นอนจริงๆ
ก่อนไปไม่นาน ข่าวการประท้วงเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่ฮ่องกงมีให้ติดตามทุกอาทิตย์ ที่สำคัญคือย่านประท้วงอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมที่เราพัก ขอยกเลิกขอย้ายไม่ยอมทั้งนั้น บอกแต่ว่า Hong Kong is alright.
ออกเดินทางจากดอนเมืองบ่ายสามเศษๆ ไปถึงฮ่องกงราวทุ่มครึ่ง คราวนี้เลือกเข้าเมืองโดยรถแท็กซี่ เพราะไปกันหลายคน ถึงที่พักแถวหว่านจ๋าย หมดไปราว 400 เหรียญ รวมค่าทางด่วน ค่าผ่านอุโมงค์ สมัยก่อนที่ยังไม่ขี้เกียจต่อรถ เรานั่งรถบัสสาย S 1 มาขึ้นรถไฟใต้ดินที่สถานี Tung Chung ต่อรถ 2 ต่อก็มาจนถึงสถานี Wan chai ในราคาคนละไม่เกิน 35 เหรียญ

ด้วยความที่เราไม่ได้มีเป้าหมายในการมาที่ชัดเจน จุดหมายแต่ละวันจึงหลวมๆ วันรุ่งขึ้นหลังจากไปกินอาหารเช้าจัดเต็มกันที่ร้าน HEY HEY จนพุงกางอิ่มถึงบ่าย พวกเราก็พากันเข้าตลาดสดหว่านจ๋ายหาซื้อกังป๋วยตุนไว้ก่อน กลัวเขาประท้วงแล้วจะไม่มีที่ซื้อ กลับไปเก็บที่โรงแรมเสร็จสรรพก็หิวกาแฟ ชวนกันกลับไปกินร้านเดิมที่เคยชิมที่ท่าเรือจิมซาจุ่ย ร้านนี้อยู่ชั้นบน ชื่อร้าน % Arabica และเพื่อให้ครบชุดก็แวะซื้อพายหมูแดงจากร้านขนมที่ชั้นล่างไปกินคู่กัน

ฝั่งตรงข้ามมีท่าเรือเซ็นทรัลและหว่านจ๋าย อยู่ใกล้ๆ กัน
ในความวุ่นวายอลวนของฮ่องกง การได้นั่งนิ่งๆ
ให้ลมเย็นๆปะทะหน้า สัก 7-8 นาที บนเรือข้ามฟาก
เป็นความผ่อนคลายที่ชอบทำเสมอ




อื่นๆ ก็อร่อย ทั้งพายเห็ด พายไก่ ทาร์ตไข่ก็อร่อย เนียน หวานน้อย คนละแบบกับที่มาเก๊า




นั่งได้ 8 คน ให้นั่ง 3 รอบ ชิงช้าใหญ่ มั่นคง
ไม่น่าหวาดเสียวใดๆ




ถ้วยละ 22 เหรียญ
วันที่ 1 กรกฎาคม เป็นวันประท้วงแห่งชาติของฮ่องกง ปะเหมาะปีนี้มีเรื่องต่อต้านกฏหมายการส่งผู้ร้ายข้ามแดน จึงถือเป็นการประท้วงใหญ่สุดและยืดเยื้อที่สุด ผู้คนที่ไม่เห็นด้วยกับกฎหมายนี้ที่ออกมาประท้วง ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น วัยทำงาน นัดกันใส่ชุดดำและใช้ร่มสีเหลืองเป็นสัญลักษณ์.
สถานีรถไฟใต้ดินย่านที่เราพักปิดบริการทั้งหมด ทั้ง Central / Wan chai /Admiralty เราจึงพากันเดินผ่าน Sky walk ทะลุผ่านตึกต่าง ๆ มาที่ท่าเรือหว่านจ๋าย คิดว่าข้ามฟากไปใช้ชีวิตที่ฝั่งเกาลูนกันน่าจะดีที่สุด นั่งรถไฟไปไหว้พระที่วัดกังหัน ก่อนกลับมาหาของอร่อยกิน



ฮ่องกงรอบนี้ไปเรื่อย ๆ เหนื่อยก็หยุดพักกินน้ำกินขนม ขำตัวเองและเพื่อน ๆ ว่าจะแวะเข้าไปดูเสื้อผ้าลดราคาใน MARK & SPENCER สักแป๊บนึง ที่ไหนได้เลือกเสื้อลองกางเกงกันเป็นชั่วโมง ได้ติดมือกันมาทุกคน จนเดินไปดู SYMPHONY OF LIGHTS ไม่ทันต้องเรียกแท็กซี่ไป
ทริปนี้ 4 วัน 3 คืน บินแอร์เอเชีย นอนโรงแรม JJ 3 ดาว ที่หว่านจ๋าย กินกันเต็มปริ่มทุกมื้อ ใช้รถแท็กซี่ไปกลับสนามบินสะดวกสบาย ไม่รวมซื้อของส่วนตัว หมดกันไปราวๆ 11,000 บาท (ไม่รู้ว่าเพื่อนที่ถือเงินแอบหย่อนตังค์เพิ่มหรือเปล่า)
มีเวลาแป๊ปเดียวก็เที่ยวได้
ไม่คาดหวังแต่ได้ของแถมเป็นบรรยากาศการประท้วงฮ่องกงที่ไม่แปลกใหม่สำหรับคนไทยอย่างเรา
อ่านเพลินมากกก ได้แรงบันดาลใจ HK เป็นเมืองท้าย ๆ ที่เราคิดถึง แต่พออ่านกลับเปลี่ยนมุมมอง ต้องไปสักครา
ถูกใจถูกใจ